COVID-19 (วรรณกรรมไวรัสโคโรน่า) – ข้อมูลการบริการ และทรัพยากรในรัฐวอชิงตัน

สายด่วนโควิด-19: ความช่วยเหลือสำหรับแรงงาน ธุรกิจ การนัดฉีดวัคซีน ฯลฯ

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคโควิด-19 หรือต้องการความช่วยเหลือในการนัดฉีดวัคซีน โปรด โทรติดต่อหมายเลข 1-800-525-0127 และกด # เมื่อคุณได้ยินเสียง ให้พูดชื่อภาษาที่คุณต้องการเข้าถึงบริการล่าม สายด่วนเปิดให้บริการทุกวันและชั่วโมงให้บริการอยู่บนเว็บไซต์ของ Department of Health (เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

รายงานการฝ่าฝืนมาตรการของธุรกิจ

ธุรกิจจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อปกป้องเจ้าหน้า ที่และลูกค้า หากคุณต้องการรายงานการฝ่าฝืน โปรดโทรติดต่อสายด่วนโควิด-19 ด้านบนเพื่อขอ ความช่วยเหลือเป็นภาษาของคุณ จะมีคนสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการฝ่าฝืนและยื่นเรื่องร้องเรียนใน นามของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องระบุชื่อหรือข้อมูลติดต่อ ขณะยื่นเรื่องร้องเรียน

นอกจากนี้ คุณยังสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษได้ใน หน้ารายงานการฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโควิด-19

โปรดทราบว่าหากคุณระบุชื่อหรือข้อมูลติดต่อ ก็อาจจะถูกเปิดเผยได้ หากมีคนยื่นคำขอเอกสารราชการ เพื่อดูข้อมูลดังกล่าว เอกสารที่อธิบายไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวของผู้ว่าการรัฐ (มีเฉพาะภาษาอังกฤษ) จะถูกเผยแพร่ตามกฎหมายว่าด้วยเอกสารราชการของรัฐ RCW 42.56

ความช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับแรงงาน ธุรกิจและองค์กร

คุณสามารถใช้บริการแปล และสายด่วนจะทำให้คุณเข้าถึงแนวทางและแหล่งข้อมูลทั่วไปได้ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยให้คุณกรอกแบบฟอร์มสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 สำหรับธุรกิจและแรงงาน หากคุณยังคงมีข้อสงสัยอยู่ จะมีการขอข้อมูลติดต่อของคุณ เพื่อให้คุณได้รับคำตอบ

การอัพเดทปัจจุบัน

ดูข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ COVID-19 รวมถึงข้อมูลวัคซีนได้ที่:

มีการกำหนดระยะเวลาพักการยุติการให้บริการและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการชำระเงินล่าช้า จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2021 สำหรับการใช้สาธารณูปโภคพลังงาน โทรศัพท์บ้านและน้ำทั้งหมด เราส่งเสริมให้ผู้พัก อาศัยโทรติดต่อบริษัทสาธารณูปโภคโดยตรงเพื่อสอบถามเกี่ยวกับความช่วยเหลือในการชำระบิล ลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือด้านภาษาสามารถติดต่อสายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคของคณะกรรมการ สาธารณูปโภคและการขนส่งเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการล่ามได้ที่หมายเลข: 1-888-333-9882 หรือ consumer@utc.wa.gov

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องการจ่ายบิลค่าสาธารณูปโภคอยู่หรือไม่? หากคุณยังไม่สามารถจ่ายบิลค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า หรือค่าแก๊สในช่วงการระบาดของ COVID-19 เราช่วยคุณได

การกลับมาเปิดเมืองอีกครั้งในวอชิงตัน

Jay Inslee ผู้ว่าการรัฐได้เรียกร้องให้ชาววอชิงตันดำเนินมาตรการตอบโต้เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของ COVID-19

คุณควรดำเนินการเพื่อป้องกันตัวเองและผู้อื่นขณะอยู่ในสถานที่สาธารณะ ไม่ว่าคุณจะฉีดวัคซีนแ ล้วหรือไม่ก็ตาม ซึ่งรวมถึงการสวมหน้ากาก อยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อยหกฟุต และหลีกเลี่ยงกลุ่มฝูงชน และพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก นอกจากนี้คุณยังควรหลีกเลี่ยงการชุมนุมขนาดกลางหรือขนาดใ หญ่และเฝ้าระวังอาการของ COVID-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเคยอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย หากคุณรู้สึกว่ามีอาการของ COVID-19 ให้เข้ารับการตรวจ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะการกลับมาเปิดเมืองอีกครั้งในปัจจุบันสำหรับเขตของคุณได้ที่ หน้าเว็บสถานะของเขต (มีเฉพาะภาษาอังกฤษ)\

กิจกรรมหลักที่ได้รับอนุญาตในปัจจุบันมีดังนี้:

  • กิจกรรมที่จำเป็น เช่น ซื้อของ เติมน้ำมัน รับยา หรือพบแพทย์
  • ไปทำงานสำหรับธุรกิจที่จำเป็นหรือธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้เปิดบริการอีกครั้งภายใต้แผนของผู้ว่าการ
  • เลือกซื้ออาหารกลับบ้านจากร้านอาหารใกล้เคียง ร้านอาหารเปิดให้บริการสำหรับผู้มารับป ระทานอาหารจำนวนจำกัด ในระยะที่ 2 และ 3
  • ไปเดินเล่นและเล่นกีฬากลางแจ้งตราบเท่าที่คุณรักษาระยะห่างสองเมตร (หกฟุต) เข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการในพื้นที่ใกล้บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกชุมชนของคุณ
  • ใช้สวนสาธารณะและที่ดินสาธารณะในเวลากลางวันเพื่อตกปลา ล่าสัตว์ และพักผ่อนหย่อนใจอื่น ๆ อนุญาตให้ตั้งแคมป์ในสวนสาธารณะของรัฐในเขตที่อยู่ได้ในระยะที่ 2 และ 3
WA Notify แอปแจ้งเตือนการสัมผัสสำหรับสมาร์ทโฟน
Image
วิธีการทำ�งานของการแจ้งเตือน WA (WA Notify)
WA Notify หรือดับเบิลยูเอ โนติฟาย (หรือที่เรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า Washington Exposure Notifications หรือระบบแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อในรัฐวอชิงตัน) เป็นเครื่องมือแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายที่ทำงานผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโควิด-19 โดยจะไม่มีการแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวใดๆ  เครื่องมือนี้มีความเป็นส่วนตัว 100% ซึ่งจะไม่ทราบว่าคุณคือใครหรือติดตามว่าคุณไปที่ไหนมาบ้าง

จะเพิ่มแอป WA Notify ในโทรศัพท์ได้อย่างไร

สำหรับ iPhone ให้เปิดใช้งาน Exposure Notifications ที่การตั้งค่า:

  • ไปที่ Settings (การตั้งค่า)
  • เลื่อนลงมาที่ Exposure Notifications
  • คลิก “Turn On Exposure Notifications” (เปิดระบบแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ)
  • เลือก United States (สหรัฐอเมริกา)
  • เลือก Washington (วอชิงตัน)

สำหรับโทรศัพท์ Android:

สำหรับ Android หรือ iPhone ให้สแกนคิวอาร์โค้ด:

WA Notify QR code

เครื่องมือนี้ทำงานอย่างไร

เมื่อเปิดใช้งานแอป WA Notify โทรศัพท์ของคุณจะแลกเปลี่ยนรหัสแบบสุ่มโดยไม่เปิดเผยตัวตนกับโทรศัพท์ของบุคคลอื่นๆ ที่คุณเข้าใกล้ซึ่งอาจเป็นบุคคลที่เปิดใช้งานแอป WA Notify ไว้เช่นกัน แอปนี้ใช้เทคโนโลยีบลูทูธพลังงานต่ำในการแลกเปลี่ยนรหัสแบบสุ่มเหล่านี้ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณ หากผู้ที่ใช้งานแอป WA Notify ที่คุณเข้าใกล้ในช่วงสองสัปดาห์ที่แล้วมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวกในเวลาต่อมา และบุคคลเหล่านั้นได้ใส่รหัสยืนยันลงไปในแอป คุณจะได้รับการแจ้งเตือนแบบไม่เปิดเผยตัวตนว่ามีความเป็นไปได้ที่คุณอาจได้สัมผัสเชื้อ วิธีนี้จะช่วยให้คุณได้รับการดูแลรักษาที่จำเป็นโดยเร็ว และช่วยป้องกันไม่ให้คุณแพร่เชื้อโควิด-19 ไปยังผู้คนที่อยู่รอบข้าง

อัลกอริทึมจะคำนวณเพื่อระบุเหตุการณ์ที่อาจเกิดการแพร่เชื้อโควิด-19 จากผู้ที่อยู่ในระยะปลอดภัยหรือใกล้เพียงพอต่อการแจ้งเตือนให้คุณทราบ WA Notify จะแจ้งให้ทราบก็ต่อเมื่อคุณมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเท่านั้น การไม่ได้รับการแจ้งเตือนจึงเป็นเรื่องที่ดี

WA Notify พร้อมให้บริการมากกว่า 30 ภาษา เพื่อให้ผู้พักอาศัยในวอชิงตันเข้าถึงเครื่องมือนี้ได้มากที่สุด

วิธีรายงานผลการตรวจหาเชื้อที่บ้านที่เป็นบวก

ผู้ที่ซื้อชุดตรวจที่ต้องรับจากแพทย์โดยตรงแล้วได้ผลเป็นบวกควรโทรติดต่อสายด่วนโควิด-19 ของรัฐที่ 1-800-525-0127 แล้วกด # (กด 7 สำหรับภาษาสเปน) ทันทีที่ได้รับผล สายด่วนให้บริการในวันจันทร์ เวลา 6.00 น. ถึง 22.00 น. และวันอังคารถึงวันอาทิตย์ (และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 6.00 น. ถึง 18.00 น. มีบริการช่วยเหลือด้านภาษา

เมื่อคุณโทร โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าคุณเป็นผู้ใช้ WA Notify (การแจ้งเตือน WA) เจ้าหน้าที่สายด่วนสามารถให้ลิงก์การตรวจสอบแก่คุณได้ ซึ่งคุณสามารถใช้เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้ WA Notify รายอื่นว่าพวกเขาอาจติดเชื้อได้

โปรดทราบ: WA Notify เป็นเครื่องมือแจ้งเตือนความเสี่ยง ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ป้อนผลการตรวจหาเชื้อ

ความเป็นส่วนตัวของฉันจะได้รับการปกป้องอย่างไร

WA Notify พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยี Exposure Notification ของ Google และ Apple ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้ปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แอปจะทำงานในพื้นหลังโดยไม่มีการรวบรวมหรือเปิดเผยตำแหน่งหรือข้อมูลส่วนตัว และไม่จำเป็นต้องตัวตนหรือตำแหน่งของคุณเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้บลูทูธเพียงเล็กน้อย แบตเตอรี่ของคุณจึงไม่ได้รับผลกระทบ

การใช้งานแอปถือเป็นความสมัครใจ 100% ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะใช้หรือไม่ใช้ได้ทุกเมื่อ หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้จะได้รับการปกป้องอย่างไร โปรดอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของ WA Exposure Notifications

การแจ้งเตือนมีลักษณะอย่างไร

คุณอาจได้รับการแจ้งเตือน 2 ประเภทด้วยกัน ผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกจะได้รับข้อความลิงก์ยืนยันและ/หรือการแจ้งเตือนแบบป๊อปอัป ผู้ใช้ WA Notify ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อจะ ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งเตือนเหล่านี้และลักษณะของการแจ้งเตือน

วิธีนี้จะช่วยได้อย่างไร

จากการศึกษาล่าสุดของ University of Washington (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) พบว่า ยิ่งมีผู้ใช้แอป Exposure Notification นี้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า WA Notify ช่วยชีวิตผู้คนไว้ 40-115 รายและมีแนวโน้มในการช่วยป้องกันโควิด-19 ประมาณ 5,500 เคสในระหว่างช่วงสี่เดือนแรกที่เริ่มใช้งาน แบบจำลองข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ว่ามีผู้ใช้แอป WA Notify จำนวนไม่มาก แต่ก็สามารถช่วยลดการติดเชื้อโควิด-19 และการเสียชีวิตลงได้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า WA Notify เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19

ต้องการช่วยเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ WA Notify (การแจ้งเตือน WA) หรือไม่

ลองดู ชุดเครื่องมือ WA Notify ของเราสำหรับการส่งข้อความทางโซเชียลมีเดีย โปสเตอร์ ตัวอย่างโฆษณาทางวิทยุและโทรทัศน์ และอื่นๆ

คำถามที่พบบ่อยอื่นๆ

ฉันได้รับการแจ้งเตือนและ/หรือข้อความจาก Department of Health (DOH, กรมอนามัยของรัฐวอชิงตัน) หรือกรมอนามัยของรัฐวอชิงตัน เพราะเหตุใด

DOH จะส่งข้อความและ/หรือการแจ้งเตือนแบบป๊อปอัปให้กับทุกคนที่เพิ่งเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อให้ผู้ใช้ WA Notify สามารแจ้งเตือนผู้ใช้คนอื่นๆ ถึงโอกาสเกิดความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อได้อย่างรวดเร็วและไม่มีการระบุตัวตน ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งเตือนเหล่านี้และลักษณะของการแจ้งเตือน

หากได้รับการแจ้งเตือนทั้งสองแบบ คุณเพียงต้องแตะการแจ้งเตือนหรือคลิกลิงก์ในข้อความและทำตามขั้นตอนใน WA Notify เพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อให้ผู้ใช้คนอื่นทราบแบบไม่ระบุตัวตน

ฉันยังต้องใช้ WA Notify อยู่อีกไหม หากได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว

ใช้ แม้จะได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบจำนวนโดสแล้ว คุณก็ยังคงต้องปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันโรคระบาดตามปกติ วัคซีนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันตัวเอง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเล็กน้อยต่อการติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อให้กับผู้อื่นที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ฉันได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการแจ้งข้อมูล WA Notify ของฉันแก่สาธารณสุข เพราะเหตุใด

Washington State Department of Health (DOH) ต้องการทราบถึงระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ WA Notify ว่าระบบนี้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพดีระดับใดเพื่อให้เราปรับปรุงเครื่องมือที่จำเป็น หากคุณยินยอมที่จะแบ่งปันข้อมูลบนแอป WA Notify ความเป็นส่วนตัวของคุณยังคงได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ ทางเราจะไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลหรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ รวมทั้งปิดช่องทางที่สามารถระบุตัวตนของคุณได้ มีเพียง DOH ในระดับรัฐเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้

หากผู้ใช้แอป WA Notify ยินยอมแบ่งปันข้อมูล ระบบจะรวบรวมข้อมูลใดบ้าง

หากคุณยินยอมที่จะแบ่งปันข้อมูลให้แก่เรา ความเป็นส่วนตัวของคุณยังคงได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ ทางเราจะไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลหรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ รวมทั้งปิดช่องทางที่สามารถระบุตัวตนของคุณได้ มีเพียง Washington State Department of Health เท่านั้นที่สามารถดูข้อมูลนี้ในระดับรัฐได้ ซึ่งรวมถึง:

  • จำนวนประชากรที่ยินยอมแบ่งปันข้อมูลจากแอป WA Notify เพื่อช่วยให้เราทราบว่าตัวอย่างของเราจะแสดงออกมาในลักษณะใด
  • จำนวน Exposure Notifications ที่ได้รับจากผู้ใช้งานผ่านแอป WA Notify เพื่อช่วยให้เราเห็นแนวโน้มของการแพร่เชื้อ COVID-19:
  • จำนวนประชากรที่คลิกเพื่อแจ้งเตือนว่าเป็นผู้สัมผัสเชื้อ เพื่อช่วยให้เราสำรวจว่าประชาชนเต็มใจที่จะรับคำแนะนำด้านสาธารณสุขมากน้อยเพียงใด

จำนวนประชากรที่อยู่ใกล้กับผู้ที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่มีผลเป็นบวก แต่ไม่ได้ใกล้ชิดมากพอหรือนานพอที่จะแจ้งว่าเป็นผู้สัมผัสเชื้อ เพื่อช่วยให้เราพิจารณาว่าควรปรับขั้นตอนวิธีที่กำหนดระดับการสัมผัสเชื้อในแอป WA Notify หรือไม่

เมื่อฉันเปิดใช้งานแอป WA Notify ในโทรศัพท์ iPhone ฉันควรเปิดหรือปิด “Availability Alerts (การใช้งานการแจ้งเตือน)”

คุณสามารถปิดไว้ได้ อย่างไรก็ตามเราจะแนะนำให้เปิดการแจ้งเตือนไว้หากคุณเดินทางออกนอกรัฐวอชิงตันเป็นระยะเวลานาน เมื่อมีเปิดการใช้งาน Availability Alerts คุณจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อคุณเดินทางไปยังสถานที่ที่มีเทคโนโลยีระบบแจ้งเตือนการสัมผัสเชื้อนอกเหนือจากแอป WA Notify ผู้ใช้งานโทรศัพท์ iPhone สามารถเพิ่มข้อมูลได้หลายภูมิภาค แต่สามารถกำหนดได้ครั้งละหนึ่งภูมิภาคเท่านั้น คุณไม่จำเป็นต้องลบข้อมูลภูมิภาคเพื่อเปิดใช้งานใหม่ ผู้ใช้ Android สามารถติดตั้งแอปแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้ออย่างแอป WA Notify ได้ครั้งละหลายรัฐ แต่มีเพียงแอปเดียวซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ตรงกับแอป WA Notify เท่านั้นที่กำหนดให้ใช้งานได้ในแต่ละครั้ง

ฉันมีสิทธิ์เลือกที่จะใช้หรือไม่ใช้แอป WA Notify ใช่หรือไม่

ใช่ แอป WA Notify เป็นแอปที่ให้บริการฟรีและใช้งานโดยความสมัครใจ คุณสามารถเลิกใช้งานได้ทุกเมื่อ เพียงแค่ปิดคุณสมบัตินี้หรือลบแอปนี้ทิ้ง รหัสแบบสุ่มทั้งหมดที่ได้มาจากผู้ใช้รายอื่นที่อยู่ใกล้คุณที่โทรศัพท์บันทึกเก็บไว้จะถูกลบทิ้งและไม่สามารถกู้คืนได้

WA Notify เป็นแอปติดตามผู้สัมผัสใช่หรือไม่

ไม่ใช่ WA Notify ไม่ติดตามหรือตามรอยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่คุณสัมผัส จึงไม่ใช่แอป "ติดตามผู้สัมผัส" แอปติดตามผู้สัมผัสจะระบุตัวตนของผู้ที่อาจมีความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อจากผู้ที่มีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวก แอปจะไม่รวบรวมหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวใดๆ จึงไม่สามารถระบุชัดได้ว่าคุณติดต่อกับใครบ้าง

"การสัมผัสเชื้อ" คืออะไรการสัมผัสเชื้อเกิดขึ้นเมื่อคุณใช้เวลาอยู่ใกล้กับผู้ใช้แอป WA Notify อีกคนหนึ่งเป็นเวลามากพอ ซึ่งต่อมาบุคคลนั้นมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวก ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำปัจจุบันจาก (Center for Disease Control and Prevention, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา) (เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น) เกี่ยวกับการเว้นระยะห่างจากผู้อื่นและการแพร่เชื้อโควิด-19 ในการกำหนดการสัมผัสเชื้อ WA Notify จะใช้อัลกอริทึมที่สอดคล้องกับคำจำกัดความของการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดจาก CDC ซึ่งก็คือประมาณ 6 ฟุต (2 เมตร) เป็นเวลา 15 นาทีขึ้นไปในระหว่างช่วงระยะเวลาการระบาด และสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยหน่วยงานสาธารณสุข

จะเกิดอะไรขึ้นหากแอป WA Notify แจ้งว่าฉันอาจสัมผัสเชื้อ

หากแอป WA Notify ตรวจพบว่าคุณอาจสัมผัสเชื้อ การแจ้งเตือนในโทรศัพท์จะนำคุณไปยังเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนถัดไปที่คุณควรปฏิบัติตาม ซึ่งรวมถึงวิธีการตรวจและสถานที่ตรวจ ข้อควรปฏิบัติเพื่อดูแลตัวคุณเองและผู้ที่อยู่ใกล้คุณให้ปลอดภัย รวมถึงแหล่งข้อมูลที่จะช่วยตอบคำถามต่างๆ ของคุณ สิ่งสำคัญก็คือ คุณจะต้องอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำบนเว็บไซต์อย่างรอบคอบ

คนอื่นๆ จะทราบว่าฉันมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกหรือไม่

ไม่ แอป WA Notify ไม่แบ่งปันข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับตัวคุณให้กับคนอื่นๆ เมื่อมีคนได้รับการแจ้งเตือนว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจสัมผัสเชื้อ พวกเขาจะทราบแค่เพียงว่าใครบางคนที่อยู่ใกล้ในช่วง 14 วันที่ผ่านมามีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก และจะไม่ทราบได้ว่าบุคคลดังกล่าวคือใครหรือการสัมผัสเชื้อเกิดขึ้นที่ใด

ฉันต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้แอป WA Notify หรือไม่

ไม่ WA Notify เป็นแอปฟรี

แอป WA Notify จะช่วยรัฐวอชิงตันได้อย่างไร

จากการศึกษาล่าสุดของ University of Washington (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) พบว่า ยิ่งมีผู้ใช้แอป Exposure Notification นี้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า WA Notify ช่วยชีวิตผู้คนไว้ 40 ถึง 115 รายและมีแนวโน้มในการช่วยป้องกันโควิด-19 ประมาณ 5,500 เคสในระหว่างช่วงสี่เดือนแรกที่เริ่มใช้งาน แบบจำลองข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ว่ามีผู้ใช้แอป WA Notify จำนวนไม่มาก แต่ก็สามารถช่วยลดการติดเชื้อโควิด-19 และการเสียชีวิตลงได้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า WA Notify เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19

หากฉันเดินทางออกนอกรัฐ แอป WA Notify ยังคงใช้งานได้หรือไม่

ได้ หากคุณเดินทางไปยังรัฐที่มีแอปที่ใช้เทคโนโลยีของ Apple/Google โทรศัพท์ของคุณจะยังคงแลกเปลี่ยนรหัสแบบสุ่มกับผู้ใช้ในรัฐนั้น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าแอปใดๆ แต่ถ้าคุณไม่อยู่ในรัฐวอชิงตันเป็นเวลานาน คุณควรพิจารณาตัวเลือกต่างๆ ในรัฐใหม่เพื่อรับความช่วยเหลือและการแจ้งเตือนในพื้นที่

เหตุใดเราจึงจำเป็นต้องใช้ทั้งการติดตามผู้สัมผัสและแอป WA Notify

การติดตามผู้สัมผัสเป็นวิธีการทางสาธารณสุขที่ใช้ได้ผลมานานหลายทศวรรษ แอป WA Notify จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในด้านนี้โดยไม่ระบุตัวตน ต่อไปนี้คือตัวอย่าง: หากคุณมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาจโทรติดต่อหาคุณและขอให้คุณให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่คุณสัมผัสใกล้ชิดเมื่อไม่นานมานี้ คุณไม่สามารถระบุชื่อคนแปลกหน้าที่นั่งใกล้คุณบนรถประจำทาง แต่หากคุณทั้งสองคนใช้แอป WA Notify คนแปลกหน้าบนรถประจำทางก็จะได้รับการแจ้งเตือนโดยไม่ระบุตัวตนว่ามีความเป็นไปได้ที่เขาอาจสัมผัสเชื้อ เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ไปยังเพื่อนฝูงและครอบครัว เหมือนกับการล้างมือและการสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งแต่ละวิธีจะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 แต่เมื่อทำวิธีต่างๆ ร่วมกันจะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แอป WA Notify ใช้เวลานานเท่าใดในการแจ้งเตือนผู้ใช้รายอื่นๆ

ผู้ใช้ที่อาจได้สัมผัสเชื้อโควิด-19 จากผู้ใช้รายอื่นจะได้รับการแจ้งเตือนภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ผู้ใช้ที่มีผลตรวจโควิดเป็นบวกทำตามขั้นตอนในแอป WA Notify เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้แอป WA Notify คนอื่นๆ แบบไม่ระบุตัวตน

เป็นไปได้หรือไม่ที่จะได้รับการแจ้งเตือนหลายรายการจากแอป WA Notify

ผู้ใช้ที่อาจได้สัมผัสเชื้อโควิด-19 จากผู้ใช้รายอื่นจะได้รับการแจ้งเตือนภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ผู้ใช้ที่มีผลตรวจโควิดเป็นบวกทำตามขั้นตอนในแอป WA Notify เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้แอป WA Notify คนอื่นๆ แบบไม่ระบุตัวตน

หากผลตรวจโควิดของฉันเป็นบวก ฉันจะแจ้งให้แอป WA Notify ทราบได้อย่างไร

หากคุณมีผลตรวจเป็นบวกและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดต่อหาคุณ เจ้าหน้าที่จะสอบถามว่าคุณใช้แอป WA Notify อยู่หรือไม่ หากคุณใช้แอปอยู่ เจ้าหน้าที่จะส่งลิงก์และ/หรือการแจ้งเตือนยืนยันและช่วยคุณทำตามขั้นตอนการป้อนรหัสลงในแอป WA Notify ลิงก์หรือการแจ้งเตือนดังกล่าวจะไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ หน่วยงานด้านสาธารณสุขไม่มีทางที่จะทราบได้เลยว่าใครบ้างจะได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการสัมผัสเชื้อจากแอปเมื่อคุณทำตามขั้นตอน การแจ้งเตือนการสัมผัสเชื้อจะไม่มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับตัวคุณ ยิ่งมีการยืนยันผลตรวจหาเชื้อแบบไม่ระบุตัวตนในแอป WA Notify มากเท่าไร เราก็ยิ่งป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น

หากคุณมีผลตรวจเป็นบวกและยังคงต้องการยืนยันผลตรวจในแอป WA Notify ให้โทรติดต่อสายด่วนโควิด-19 ที่ 1-800-525-0127 จากนั้นกด # และทำตามข้อความแจ้งในแอป WA Notify

มีสิ่งใดที่ฉันจำเป็นต้องทำหลังจากที่ติดตั้งแอป WA Notify ลงในโทรศัพท์ของฉันหรือไม่

คุณจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมเฉพาะในกรณีที่:

  1. คุณมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก หรือ
  2. คุณได้รับการแจ้งเตือนว่าคุณอาจสัมผัสเชื้อมาแล้ว

หากคุณมีผลตรวจเป็นบวก และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดต่อหาคุณ เจ้าหน้าที่จะสอบถามว่าคุณใช้แอป WA Notify อยู่หรือไม่ หากคุณใช้แอปอยู่ เจ้าหน้าที่จะส่งลิงก์และ/หรือการแจ้งเตือนยืนยันและช่วยคุณทำตามขั้นตอนการป้อนรหัสลงในแอป WA Notify ลิงก์หรือการแจ้งเตือนดังกล่าวจะไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ หน่วยงานด้านสาธารณสุขไม่มีทางที่จะทราบได้เลยว่าใครบ้างจะได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการสัมผัสเชื้อจากแอป การแจ้งเตือนการสัมผัสเชื้อจะไม่มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับตัวคุณ ยิ่งมีการยืนยันผลตรวจหาเชื้อแบบไม่ระบุตัวตนในแอป WA Notify มากเท่าไร เราก็ยิ่งป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น

หาก WA Notify ตรวจพบว่าคุณอาจสัมผัสเชื้อ การแจ้งเตือนในโทรศัพท์ของคุณจะนำคุณไปยังเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนถัดไปที่คุณควรปฏิบัติตาม ซึ่งรวมถึงวิธีการตรวจและสถานที่ตรวจ ข้อควรปฏิบัติเพื่อดูแลตัวคุณเองและผู้ที่อยู่ใกล้คุณให้ปลอดภัย รวมถึงแหล่งข้อมูลที่จะช่วยตอบคำถามต่างๆ ของคุณ สิ่งสำคัญก็คือ คุณจะต้องอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำบนเว็บไซต์อย่างรอบคอบ การแจ้งเตือนจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่อาจสัมผัสกับคุณหรือสถานที่ ไม่มีการระบุตัวตนอย่างสิ้นเชิง

การใช้แอป WA Notify จะทำให้แบตเตอรี่ของฉันหมดอย่างรวดเร็วหรือใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากหรือไม่ไม่

แอปออกแบบมาให้มีผลกระทบน้อยที่สุดต่ออินเทอร์เน็ตและพลังงานแบตเตอรี่โดยใช้เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy

ฉันต้องเปิดบลูทูธไว้ตลอดเวลาเพื่อให้แอป WA Notify ทำงานได้ใช่หรือไม่

ใช่ แอป WA Notify ใช้ Bluetooth Low Energy คุณจึงต้องเปิดบลูทูธไว้ตลอดเวลาเพื่อให้ระบบตรวจจับผู้ใช้รายอื่นที่อยู่ใกล้เคียง

 ฉันจะต้องเปิดแอป WA Notify บนโทรศัพท์เพื่อให้แอปทำงานหรือไม่

ไม่จำเป็น แอป WA Notify จะทำงานอยู่เบื้องหลัง

แอป WA Notify ป้องกันการรายงานอันเป็นเท็จได้อย่างไร

แอป WA Notify กำหนดให้ผู้ใช้ต้องยืนยันผลตรวจที่เป็นบวกโดยใช้ลิงก์หรือการแจ้งเตือนยืนยันที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้มา ลิงก์หรือการแจ้งเตือนนี้ไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลที่ระบุตัวตนของบุคคล หลังจากคลิกหรือแตะลิงก์หรือการแจ้งเตือนยืนยันแล้ว แอป WA Notify จะสามารถจับคู่รหัสแบบสุ่มของผู้ใช้ที่เคยอยู่ใกล้กับคุณ และแจ้งให้พวกเขาเหล่านั้นทราบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสัมผัสเชื้อ การแจ้งเตือนจะไม่มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับบุคคลที่อาจสัมผัสกับพวกเขาหรือสถานที่ที่มีการสัมผัสเชื้อเกิดขึ้น

แอป WA Notify รองรับผู้ใช้งานบนสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าหรือไม่

ผู้ใช้ iPhone สามารถใช้แอป WA Notify ได้หากระบบปฏิบัติการโทรศัพท์ของคุณคือ:

  • มี iOS เวอร์ชัน 13.7 ขึ้นไป (สำหรับ iPhone 6s, 6s Plus, SE หรือรุ่นใหม่กว่า)
  • มี iOS เวอร์ชัน 12.5 (สำหรับ iPhone 6, 6 plus, 5s)

ผู้ใช้แอนดรอยด์สามารถใช้แอป WA Notify หากสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ของคุณรองรับ Bluetooth Low Energy และแอนดรอยด์เวอร์ชัน 6 (API 23) ขึ้นไป

ฉันต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปจึงจะสามารถใช้แอป WA Notiy ใช่หรือไม่

ไม่ใช่ แอป WA Notify ไม่ทราบและไม่ตรวจสอบอายุของคุณ

เทคโนโลยีนี้จะใช้งานได้หรือไม่หากฉันใช้โทรศัพท์ร่วมกับคนอื่น

แอป WA Notify ไม่สามารถบอกได้ว่าใครกำลังใช้งานโทรศัพท์อยู่ในขณะที่อาจเกิดการสัมผัสเชื้อ หากคุณใช้โทรศัพท์ร่วมกัน ทุกคนที่ใช้โทรศัพท์เครื่องนั้นจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุข หากแอป WA Notify ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสัมผัสเชื้อโควิด-19

แอป WA Notify สามารถใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง iPad หรือนาฬิกาอัจฉริยะได้หรือไม่

ไม่ได้ เฟรมเวิร์ก Exposure Notification ได้รับการออกแบบมาให้ใช้กับสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ และไม่รองรับการใช้งานบน iPad หรือแท็บเล็ต

สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน รัฐวอชิงตันจะช่วยอะไรได้บ้างเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้

แอป WA Notify ไม่ใช่เครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เรายังมีการติดตามผู้สัมผัสและความพยายามในด้านอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อพลเมืองของรัฐวอชิงตันทุกคน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีสมาร์ทโฟนก็ตาม วัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างจากผู้อื่น และการจำกัดขนาดของการรวมกลุ่มก็เป็นวิธีการที่ทุกคนสามารถช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้

Lifeline Program (โปรแกรมช่วยค่าครองชีพ) ของรัฐบาลกลางจะมอบเครดิตค่าโทรศัพท์รายเดือนให้กับผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายที่เข้าร่วมบางรายอาจมอบสมาร์ทโฟนให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ วิธีสมัคร และผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายที่เข้าร่วม (เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

โปรดอย่าลืมว่าการรับวัคซีนโควิด-19 เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการแพร่ระบาด

เหตุใดดูเหมือนว่าแอป WA Notify ใช้แบตเตอรี่สูงมาก

ที่จริงแล้ว อาจจะไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป การใช้งานแบตเตอรี่บนอุปกรณ์ของคุณจะแสดงจำนวนเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ที่ใช้งานในแต่ละวันซึ่งรวมถึงการใช้งานแอป WA Notify แอปส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้งานข้ามคืน แอป WA Notify ก็เช่นกัน เพียงแต่จะตรวจสอบรหัสแบบสุ่มทุกๆ สองสามชั่วโมงโดยจับคู่กับผู้ใช้งานที่ติดเชื้อเพื่อให้แอปสามารถแจ้งเตือนคุณเมื่อมีโอกาสเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ ยกตัวอย่างเช่น หากไม่มีแอปใดทำงานในระหว่างที่คุณนอนหลับ แอป WA Notify จะแสดงจำนวนเปอร์เซ็นต์การใช้งานแบตเตอรี่ในปริมาณสูงในช่วงระยะเวลานั้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าแอป WA Notify ใช้ปริมาณแบตเตอรี่สูงแต่อย่างใด ปริมาณแบตเตอรี่ยังคงแสดงเปอร์เซ็นต์สูงจากการใช้งานของแอปในขณะที่ปริมาณแบตเตอรี่โดยรวมยังคงใช้งานไปเพียงเล็กน้อย

วอชิงตันได้เผยแพร่แอป WA Notify ทั้งหมด 30 ภาษา แต่ทำไมฉันเห็นเนื้อหาเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาสเปนบนแอป Google Play Store เท่านั้น

การใช้งานแอป WA Notify ขึ้นอยู่กับภาษาที่ตั้งเป็นค่าเริ่มต้นบนโทรศัพท์ของผู้ใช้งาน แอป WA Notify มีเพียงเวอร์ชันเดียว แต่จะมีป๊อปอัพต่างๆ แจ้งเตือนการสัมผัสเชื้อ เช่น จะปรากฏเป็นภาษาที่ผู้ใช้ต้องการทั้งหมดกว่า 30 ภาษาที่ใช้ในรัฐวอชิงตัน 

ฉันได้รับการแจ้งเตือนและ/หรือข้อความ แต่บุคคลที่ได้รับการตรวจเป็นสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือน ฉันควรทำอย่างไร 

ผู้ใช้แอป WA Notify ที่ผลตรวจเป็นบวกควรทำตามขั้นตอนในการแจ้งเตือนแบบไม่ระบุตัวตนถึงความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อให้คนอื่นๆ ทราบ ดังนั้นคุณไม่ต้องสนใจข้อความหรือการแจ้งเตือนใดๆ ที่ไม่ได้มีเจตนาส่งถึงคุณ

หากสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนของคุณเป็นผู้ใช้แอป WA Notify มีผลตรวจเป็นบวก และยังคงต้องยืนยันผลตรวจในแอป WA Notify ให้โทรติดต่อสายด่วนโควิด-19 ที่ 1-800-525-0127 จากนั้นกด # และปฏิบัติตามคำแนะนำสำหรับแอป WA Notify เมื่อมีการรับสาย ให้ขอลิงก์ยืนยันของแอป WA Notify

ฉันมีเวลานานเท่าใดในการแตะที่การแจ้งเตือนหรือเปิดใช้งานลิงก์ยืนยัน

คุณมีเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับการแจ้งเตือนหรือข้อความ ในการทำตามขั้นตอนเพื่อแจ้งผู้อื่นในแอป WA Notify หากคุณไม่สามารถแตะที่การแจ้งเตือนหรือคลิกลิงก์ยืนยันได้ภายในเวลาดังกล่าว โปรดติดต่อสายด่วนโควิด-19 ที่ 1-800-525-0127 จากนั้นกด # และปฏิบัติตามคำแนะนำสำหรับแอป WA Notify เมื่อมีการรับสาย ให้ขอลิงก์ยืนยันของแอป WA Notify คุณยังสามารถขอลิงก์ได้ เมื่อสาธารณสุขติดต่อคุณเกี่ยวกับผลตรวจโควิด-19

เหตุใดรัฐวอชิงตันจึงเลือกใช้แอปนี้รัฐวอชิงตันได้จัดตั้งกลุ่มเฝ้าดูแลประจำรัฐ

ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเสรีภาพของพลเมืองและความมั่นคง และสมาชิกของชุมชนหลายแห่ง เพื่อตรวจสอบแอปนี้ของ Apple/Google ทางกลุ่มเฝ้าดูแลได้แนะนำให้ใช้แอปนี้เนื่องจากว่าแอปนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ ปกป้องข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการใช้งานในรัฐอื่นๆ

ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานและธุรกิจ

ผลประโยชน์ของผู้ที่ว่างงาน

หากคุณตกงาน คุณจะมีคุณสมบัติในการรับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ว่างงานได้ หากคุณ ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวิธีกรอกแบบฟอร์ม เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน คุณสามารถโทร 1-800-318-6022 เมื่อพวกเขาตอบกลับมา ขอให้คุณพูดภาษาของคุณ เพื่อเข้าถึงบริการล่าม

พนักงานและเจ้าของธุรกิจ

การระบาดของโรคโคโรนาไวรัสได้ส่งผลกระทบต่อคนงานและนายจ้างนับแสนในรัฐของเรา

เพื่อให้แรงงานปลอดภัยนายจ้างจะต้อง:

  • ให้การศึกษาแก่คนงานเกี่ยวกับสัญญาณและอาการแสดงของ COVID-19 ในภาษา ที่พวกเขาเข้าใจได้
  • ใช้แผนการเว้นระยะห่างทางสังคม
  • ดำเนินการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบ่อย ๆ
  • ให้แน่ใจว่าได้ล้างมือบ่อยและเหมาะสม
  • ให้มั่นใจว่าให้พนักงานที่ป่วยได้พักอยู่ที่บ้าน

อ่านคำตอบสำหรับคำถามทั่วไปเกี่ยวกับการลาป่วยที่ได้รับค่าตอบแทน ค่าชดเชยให้คนงาน และข้อมูลสรุปเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ในหลายภาษาได้จาก Department of Labor & Industries.

หากคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานที่ทำงานของคุณ คุณสามารถยื่นเรื่อง ร้องเรียนได้ โดยโทรไปยัง Department of Labor & Industries (กระทรวงแรงงานและ อุตสาหกรรม) โดยตรงที่หมายเลข 800-423-7233 มีบริการล่ามทางโทรศัพท์

หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับธุรกิจและพนักงานของคุณในช่วง COVID19 คุณสามารถโทรหา ฝ่ายรักษาความปลอดภัยการจ้างงานที่ 855-829-9243

ทรัพยากรการดูแลสุขภาพและการประกันสุขภาพ

คุณอาจมีสิทธิ์ได้รับการประกันสุขภาพฟรีหรือต้นทุนต่ำ โทรไปที่ Health Care Authority (เจ้าหน้าที่ดูแลสุขภาพ) ที่เบอร์ 1-855-923-4633 เมื่อพวกเขาตอบกลับมา ขอให้คุณพูด ภาษาของคุณ เพื่อเข้าถึงบริการล่าม

Alien Emergency Medical (AEM) Coverage (การคุ้มครองการรักษาฉุกเฉินกับคนต่างด้าว (AEM)) เป็นโปรแกรมสำหรับผู้ที่มีเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการเป็นพลเมืองหรือการเข้าเมือง

สายด่วน Help Me Grow (ช่วยฉันเติบโต) ของวอชิงตันที่เบอร์ 1-800-322-2588 สามารถระบุ โปรแกรมและบริการด้านสุขภาพที่แตกต่างกันที่คุณมีสิทธิ์ได้รับและช่วยเหลือคุณในการสมัคร สิ่งนี้รวมถึง:

  • WIC (โครงการโภชนาสำหรับ สตรี ทารก และเด็ก)
  • ประกันสุขภาพสำหรับเด็กสตรีมีครรภ์และผู้ใหญ่
  • การคุมกำเนิดผ่านโปรแกรมคิดค่าธรรมเนียม
  • คลินิกสุขภาพและการวางแผนครอบครัว
  • อุปกรณ์สำหรับการตั้งครรภ์และทารก
  • สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา
  • สิ่งนี้รวมถึงโปรแกรมอาหารและทรัพยากร
ข้อมูลผู้เข้าเมืองและลี้ภัย

Office of Immigrant and Refugee Affairs (OIRA) ช่วยให้ผู้อพยพเข้าใจข้อเท็จจริงที่สำคัญเกี่ยวกับ COVID-19 และข้อกังวลเกี่ยวกับผู้อพยพ

  • โรงพยาบาลและคลินิกไม่ได้รับอนุญาตให้แบ่งปันสถานะความเป็นพลเมืองหรือการเข้าเมืองกับ ICE
  • รับการทดสอบ COVID-19 และการเข้าถึงการกุศลหรือการรักษาพยาบาลที่มีส่วนลดจะ ไม่ส่งผลต่อความสามารถในการสมัครกรีนการ์ดหรือสัญชาติของคุณได้
  • คุณจำเป็นต้องมีหมายเลขประกันสังคมที่ถูกต้อง เพื่อนำไปใช้สำหรับผลประโยชน์การ ว่างงาน หากคุณต้องการพูดคุยกับใครบางคนเกี่ยวกับการได้รับสิทธิประโยชน์กรณี ว่างงานโทร 1-800-318-6022
  • การรับผลประโยชน์การว่างงานจะไม่เป็นการคุกคามความสามารถของคุณ ในการสมัคร หรือกรีนการ์ดหรือการเป็นพลเมืองภายใต้กฎการเรียกเก็บเงินสาธารณะ
  • คุณอาจมีสิทธิ์ได้รับการลาพักรักษาตัวและออกจากสถานพยาบาลในรัฐวอชิงตันเพื่อดูแลคนที่ป่วยด้วย Covid-19 หรือดูแลตัวเองหากคุณป่วยด้วยไวรัสนี้ คุณไม่จำเป็นต้อง ใช้หมายเลขประกันสังคมเพื่อรับสิทธิประโยชน์นี้ ESD ยอมรับเอกสารประเภทอื่น ๆ อีกมากมาย
  • หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ต้องการความช่วยเหลือ การสมัครสินเชื่อฉุกเฉินจากหน่วยงานบริห ารธุรกิจขนาดเล็กของรัฐบาลกลางจะไม่เป็นภัยต่อความสามารถในการรับบัตรประจำตัวหรือสัญชาติของคุณ

Office of Immigrant and Refugee Affairs (OIRA) ขอแนะนำว่าหากคุณไม่แน่ใจในสถานะข องคุณหรือสมาชิกในครอบครัว หรือผลประโยชน์ของคุณ โปรดติดต่อทนายความของหน่วย งานตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือตัวแทนที่ได้รับการรับรองจาก Department of Justice (DOJ) คุณอาจหาทนายความได้จากสมาคมทนายความของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกา หรือไปที่เว็บไซต์ขององค์กรที่ได้รับการรับรองโดย DOJ

ORIA มีโครงการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้อพยพด้วย:

  • การหางานและการฝึกอบรม
  • การสนับสนุนการเข้าเมือง
  • การดูแลเยาวชน
  • สนับสนุนผู้สูงอายุ ผู้ลี้ภัย เด็ก นักเรียนและบุคคลอื่น ๆ
  • โปรแกรมปกติจะเปิดการทำงานทางไกลในช่วง COVID-19 สำนักงานมีบริการใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้คุณสมัครงานหรือว่างงานสนับสนุนการศึกษาของคุณและให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับที่พักอาศัย การให้ความช่วยเหลือด้านเงินสดแก่ผู้ลี้ภัยและการมีสิทธิ์ได้รับความ ช่วยเหลือทางการแพทย์ของผู้ลี้ภัยนั้นขยายไปถึง 30 กันยายน 2020
  • สำหรับบริการและข้อมูลเพิ่มเติม โปรดโทรที่เบอร์ 360-890-0691

สำหรับคำถามเกี่ยวกับสิทธิของ ผู้อพยพการขอความช่วยเหลือจากญาติ / เพื่อนที่ถูก ควบคุมตัวและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ คุณสามารถติดต่อ สายด่วนผู้อพยพเข้าเมืองวอชิงตัน ได้ที่หมายเลข 1-844-724-3737 มีบริการล่ามทางโทรศัพท์

สุขภาพทางจิตและอารมณ์

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ตึงเครียด เป็นเรื่องปกติเมื่อคุณคนที่คุณรักอาจจะรู้สึกกังวล เศร้า กลัวหรือโกรธ คุณไม่ได้อยู่ตามลำพัง มันโอเคหากคุณจะร้องขอความช่วยเหลือ

ทุกคนตอบสนองต่อความเครียดและสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถ ทำได้คือการดูแลตัวเองครอบครัวของคุณและชุมชนของคุณอย่างดีที่สุด

อะไรช่วยให้คุณรับมือในช่วงเวลาที่ท้าทาย คุณเคยติดต่อและเชื่อมต่อกับเพื่อนและครอบครัว อีกครั้งหรือไม่ อาจจะหายใจลึก ๆ ยืดกล้ามเนื้อออกกำลังกายหรือนอนหลับฝันดีบ้างไหม เวลาสำหรับการดูแลตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก อย่างไรก็ตามที่อาจมองหาสิ่งที่ทำ ให้คุณสามารถช่วยลดความเครียดไปได้

โทรหา Washington Listens (หน่วยงานวอชิงตันยินดีรับฟัง) ที่เบอร์ 1-833-681-0211 มีบริการล่ามทางโทรศัพท์ เพื่อตอบสนองต่อการระบาดใหญ่ของ COVID-19 วอชิงตันได้ เปิดตัวโครงการสนับสนุนที่เรียกว่า Washington Listens (หน่วยงานวอชิงตันยินดีรับฟัง) ผู้ที่ใช้บริการ Washington Listens (หน่วยงานวอชิงตันยินดีรับฟัง) ได้รับการสนับสนุนเพื่อ จัดการกับความเครียดสูงและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเนื่องจาก COVID-19 Washington Listens (หน่วยงานวอชิงตันยินดีรับฟัง) พร้อมให้บริการสำหรับทุกคนในวอชิงตันเพื่อพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ด้านการสนับสนุน ผู้โทรได้รับการสนับสนุนและการเชื่อมต่อกับแหล่งชุมชนในพื้นที่ของตน โปรแกรมไม่ระบุชื่อตัวตัว

หากคุณอยู่ในภาวะวิกฤติและจำเป็นต้องพูดคุยกับใครบางคนเพื่อรับคำปรึกษามีตัวเลือกไม่กี่อย่าง

  • The Diaster Distress Helpline (สายด่วนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย) เป็นบริการให้ คำปรึกษาในภาวะวิกฤตสำหรับผู้ที่กำลังประสบกับความทุกข์ทางอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือจากมนุษย์ เมื่อพวกเขาตอบกลับมา ขอให้คุณพูดภาษาของคุณ เพื่อ เข้าถึงบริการล่าม สายด่วนให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
  • Crisis Connections(การเชื่อมต่อของวิกฤต) มีสายวิกฤตตลอด 24 ชั่วโมงที่ให้ความ ช่วยเหลือบุคคลครอบครัวและเพื่อนของผู้คนในภาวะวิกฤตทางอารมณ์ ให้บริการผู้คน ที่อาศัยอยู่ในมณฑล King (คิง) มีบริการล่ามทางโทรศัพท์ โทรหาที่เบอร์ 1-866-427-4747
  • National Suicide Prevention Lifeline (การป้องกันการฆ่าตัวตาย แห่งชาติ) เสนอ ทรัพยากรการป้องกันและวิกฤตสำหรับผู้ที่คิดฆ่าตัวตาย คนที่รักสามารถโทรหา lifeline เพื่อรับทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือครอบครัวและเพื่อน ๆ ของพวกเขา โทร 1-800-273-8255 สายด่วนนี้ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ มีสายด่วนเฉพาะสำหรับ ทหารผ่านศึก โทร 1-800-273-8255 แล้วกด 1 หากคุณหูหนวกและมีปัญหาในการได้ ยินให้โทร 1-800-799-4889
แหล่งทรัพยากรอาหาร

หากคุณมีเด็กอายุ 18 ปีหรือต่ำกว่าพวกเขาสามารถรับอาหารฟรีจากโรงเรียน ผู้ใหญ่ที่มีความ พิการที่ลงทะเบียนเรียนในโปรแกรมการศึกษาสามารถมีคุณสมบัติรับอาหารในโรงเรียนได้เช่นกัน ในหลายกรณีอาหารเหล่านี้จะถูกส่งหรือลดลงในสถานที่นอกโรงเรียน เช่นป้ายรถเมล์ ติดต่อเขตการศึกษาของคุณ เพื่อดูว่าพวกเขามีอาหารฟรีหรือไม่

สำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์แม่และเด็กใหม่ที่มีอายุต่ำกว่าห้าขวบคุณอาจได้รับอาหารผ่านโปรแกรมผู้หญิงสตรีทารกและเด็ก (WIC) ของ Department of Health (กรมอนามัย) สำหรับความช่วยเหลือ ด้านภาษาโทร 1-866-632-9992

ธนาคารอาหารอาจเปลี่ยนเวลาหรือปิด อันเนื่องจากการที่คนเดินเข้ามามากเนื่องจากความต้องการ อาหารเพิ่มขึ้นในช่วง Covid-19 กรุณาโทรก่อนที่จะไป Northwest Harvest (นอร์เวสท์ ฮารเวสต์) เป็นเครือข่ายธนาคารอาหารของรัฐ พิมพ์ชื่อเมืองของคุณในช่องด้านซ้ายของช่องสีเขียวบน เว็บไซต์นี้,

หากคุณอาศัยอยู่ใน Eastern Washington คุณสามารถค้นหารายชื่อธนาคารอาหารได้ที่ Second Harvest (ฮาร์เวสต์ที่สอง) เลือกมณฑลของคุณบนเว๊ปไซต์ จากรายการธนาคารอาหารในพื้นที่ ของคุณ

บัตรสวัสดิการอาหารพื้นฐาน

คนหลากหลายประเภทสามารถนำบัตรสวัสดิการอาหารพื้นฐาน (EBT) มาใช้เพื่อซื้ออาหารได้ พลเมืองสหรัฐฯ สามารถยื่นขอรับสวัสดิการนี้ในหน้าอาหารพื้นฐานของเว็บไซต์หน่วยงาน บริการด้านสังคมและสุขภาพ (Department of Social and Health Services) แห่งรัฐวอชิงตัน

หมายเหตุ: รัฐบาลกลางได้ระงับข้อกำหนดด้านการทำงานที่ใช้บังคับกับผู้ใหญ่บางรายในช่วงวิกฤตินี้ อย่างไรก็ดี รัฐบาลกลางก็ไม่ได้กำหนดให้คุณต้องเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ก่อน จึงจะมีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการนี้ได้

ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองหลายคนที่บรรลุเงื่อนไขอื่นๆ ทั้งหมดของโครงการก็สามารถใช้บัตรสไตล์บัตรเดบิตตามที่ บรรยายไว้ข้างต้นได้ คุณสามารถยื่นขอรับสวัสดิการนี้ได้จากโครงการความช่วยเหลือด้านอาหารของรัฐ DSHS (มีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

ข้อมูลและทรัพยากรสำหรับครอบครัว

นี่เป็นช่วงเวลาที่เครียดสำหรับทั้งครอบครัว นี่คือเคล็ดลับเกี่ยวกับวิธีจัดการกับสถานการณ์นี้กับลูก ๆ ของคุณ:

จัดการพูดคุยกับครอบครัวในที่ที่สะดวกสบายและกระตุ้นให้สมาชิกครอบครัวถามคำถาม พิจารณา ให้มีการสนทนาแยกต่างหากกับเด็กเล็กเพื่อใช้ภาษาที่พวกเขาสามารถเข้าใจและพูดถึงความกลัวหรือความเข้าใจผิดที่เฉพาะเจาะจงของพวกเขา

แม้ว่าคุณจะต้องรับทราบข้อมูลให้น้อยที่สุดลดการสัมผัสกับสื่อหรือโซเชียลมีเดียที่อาจทำให้เกิดความกลัวหรือหวาดกลัว ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ (และ จำกัด) ว่าสื่อของคุณหรือสื่อโซเชียลเวลาที่บุตร หลานของคุณสัมผัสกับการระบาดใหญ่มากแค่ไหน

มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนเด็กโดยการให้กำลังใจคำถามและช่วยให้พวกเขาเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน

  • พูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของพวกเขาและตรวจสอบพวกเขา
  • ช่วยพวกเขาแสดงความรู้สึกผ่านการวาดหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ
  • ชี้แจงข้อมูลที่ผิดหรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีการแพร่กระจายของไวรัสและไม่ใช่ว่าทุกโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจคือ coronavirus ชนิดใหม่ที่สามารถทำให้เกิด COVID-19
  • อำนวยความสะดวกสบายและความอดทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • กลับมาตรวจสอบกับลูก ๆ ของคุณเป็นประจำหรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
  • ทำให้ตารางเวลาครอบครัวของคุณสอดคล้องกันเมื่อพูดถึงเวลานอนอาหารและการออกกำลังกาย
  • หาเวลาทำสิ่งต่าง ๆ ที่บ้านซึ่งทำให้คุณและครอบครัวรู้สึกดีขึ้นในสถานการณ์ที่ตึงเครียด เช่น อ่านหนังสือ ดูหนังฟังเพลง เล่นเกม ออกกำลังกาย หรือ มีส่วนร่วมในกิจกรรม ทางศาสนา (สวดมนต์ทางอินเทอร์เน็ต)
  • รับรู้ว่าความรู้สึก เช่น ความเหงาความเบื่อหน่ายความกลัวโรคติดเชื้อวิตกกังวลความเครียด และความตื่นตระหนกเป็นปฏิกิริยาปกติต่อสถานการณ์ที่เครียดเช่นโรคระบาด
  • ช่วยให้ครอบครัวของคุณมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สนุกสนานและมีความหมายสอดคล้องกับค่านิยมในครอบครัวและวัฒนธรรมของคุณ
ทรัพยากรและข้อมูลเพิ่มเติม

Washington State Commission on Asian Pacific American Affairs (CAPAA)